แผ่นดินไหวเมียนมา 7.4 สะเทือนถึงไทย: กระทบกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดทั่วประเทศ

 แผ่นดินไหวเมียนมา 7.4 สะเทือนถึงไทย: กระทบกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดทั่วประเทศ

เหตุการณ์แผ่นดินไหวและผลกระทบที่เกิดขึ้น

วันนี้ (28 มีนาคม 2568) เวลา 13.25 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูด ที่ประเทศเมียนมา โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 21.682 องศาเหนือ ลองติจูด 96.121 องศาตะวันออก ลึกลงไปใต้พื้นดิน 10 กิโลเมตร แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 326 กิโลเมตร และสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย

แผ่นดินไหว

ผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวสามารถรับรู้ได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ นครราชสีมา นครสวรรค์ และภูเก็ต ทำให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนและมีการอพยพออกจากอาคารสูงเพื่อความปลอดภัย

ในกรุงเทพมหานคร มีรายงานว่าหลายอาคารเกิดการสั่นไหว โดยเฉพาะในเขตใจกลางเมือง ซึ่งส่งผลให้ประชาชนและพนักงานออฟฟิศต้องเร่งอพยพออกจากอาคารสูงชั่วคราวเพื่อป้องกันอันตราย เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบโครงสร้างอาคารที่ได้รับผลกระทบ

เหตุการณ์อาคารก่อสร้างถล่มในย่านจตุจักร

ต่อมาในเวลา 13.40 น. มีรายงานว่าเกิดเหตุอาคารก่อสร้างถล่มในเขตจตุจักร ซึ่งอาจเป็นผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว โดยพยานในที่เกิดเหตุรายงานว่าพบเห็นกลุ่มฝุ่นควันขนาดใหญ่ลอยสูงขึ้นจากพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งทำให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

ทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เร่งเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์และค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคาร เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งประเมินความเสียหายและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรมอุตุนิยมวิทยาของประเทศไทยได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก (Aftershock) ซึ่งอาจเกิดขึ้นในระยะเวลา 24-48 ชั่วโมงหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลัก โดยขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในอาคารสูงให้สังเกตความผิดปกติของโครงสร้างอาคาร และหากพบรอยร้าวหรือการเคลื่อนตัวของอาคาร ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินความเสียหายทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน ทางหน่วยงานรัฐได้ประสานงานกับภาคเอกชนในการตรวจสอบอาคารสูงและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีความเสียหายที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในภายหลัง

ผลกระทบต่อระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน

จากรายงานเบื้องต้น แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งในบางพื้นที่ โดยในกรุงเทพมหานครมีรายงานว่าระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสและเอ็มอาร์ทีเกิดการหยุดให้บริการชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของรางและโครงสร้าง ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่มีการเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบโครงสร้างอย่างเข้มงวด

ในจังหวัดทางภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน บางพื้นที่มีรายงานไฟฟ้าดับชั่วคราว เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนส่งผลกระทบต่อระบบจ่ายไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งดำเนินการแก้ไขและสามารถฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ภายในเวลาไม่นาน

ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับประชาชน

เพื่อความปลอดภัยของประชาชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกคำแนะนำดังต่อไปนี้:

  1. ผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารสูง – ควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารของตนเอง หากพบรอยร้าวหรือความผิดปกติ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
  2. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคง – โดยเฉพาะอาคารที่เก่าแก่หรืออยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
  3. เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน – เช่น ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง น้ำดื่ม และยา เพื่อใช้ในกรณีที่เกิดอาฟเตอร์ช็อกหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน
  4. ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง – ควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานรัฐ เพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์และแนวทางการป้องกัน

สรุปสถานการณ์

แผ่นดินไหวขนาด 7.4 ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาได้ส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใหญ่ทั่วประเทศ มีรายงานอาคารก่อสร้างถล่มในเขตจตุจักร และมีประชาชนจำนวนมากอพยพออกจากอาคารสูงเพื่อความปลอดภัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งตรวจสอบความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกัน ประชาชนควรติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทางการไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และจะมีการแจ้งเตือนประชาชนหากพบว่ามีความเสี่ยงเพิ่มเติม ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

Related post